|
การหยั่งรากของพระพุทธศาสนาในประเทศอิตาลี
เมื่อนับย้อนอดีตไปประมาณ
๓๐ ปี ครั้งนั้น
ขณะที่หลวงพ่อชา สุภัทโทวัดหนองป่าพงได้รับอาราธนาจากลูกศิษย์ชาวต่างประเทศ
เพื่อจาริกเผยแผ่ธรรมะเป็นครั้งแรก
ได้นั่งเครื่องบินจากประเทศไทยมุ่งหน้าสู่กรุงลอนดอนประเทศอังกฤษในระหว่าง
เดินทางนั้น ได้เกิดอุบัติเหตุล้อเครื่องบินระเบิดกลางอากาศ
เครื่องบินลำนั้นจำต้องลงจอดฉุกเฉินที่สนามบินกรุงโรม
เหมือนกับเป็นนิมิตหมายหรือการอาราธนานิมนต์ให้
หลวงพ่อชา ต้องลงมาเหยียบแผ่นดินชาวโรมันและได้แผ่บารมีธรรมไว้
ราวกับเป็นสัญญาณว่าในภายภาคหน้าจะมีลูกศิษย์ของหลวงพ่อมาทำหน้าที่เผยแผ่
หลักธรรมะคำสั่งสอนในทางพระพุทธศาสนา
ณ ดินแดนแห่งนี้
ต่อมาปี พ.ศ ๒๕๓๔ นาย วินเชนโซ
ปีก้า...ซึ่ง เป็นชาวอิตาเลียนที่มีศรัทธาในพระพุทธศาสนารุ่นแรกๆ
มีความประสงค์จะให้มีวัดพุทธศาสนาฝ่ายเถระวาทในประเทศอิตาลี
จึงได้ติดต่อท่านเอกอัครราชทูตประเทศศรีลังกาประจำกรุงโรมและได้นิมนต์พระ
เถระผู้ใหญ่จากประเทศศรีลังกา
มาปรึกษาหารือเรื่องการสร้างวัดและดูสถานที่ของ
นาย วินเชนโซ ปีก้า ที่ได้ซื้อที่ดินถวายในกลางชุมชนเมือง
เซสเซ่ โรมาโน ซึ่งห่างจากกรุงโรมประมาณ
๑๑๐ กิโลเมตร เป็นที่ตั้งวัด
เมื่อพระเถระทางศรีลังกากลับไปแล้วก็ได้พยายามจัดหาพระให้มาประจำที่วัดใหม่แห่งนี้
แต่ปรากฎว่าไม่มีพระสงฆ์รูปใดยอมกลับมาอยู่เลยด้วยเกรงว่าดินแดนแห่งนี้
เป็นดินแดนที่ศาสนาคริสต์โรมันคาทริคนั้นได้หยั่งรากลึกมาช้านาน
เกรงว่าจะไม่สามารถเผยแผ่พระพุทธศาสนาให้ได้ผล
ฉะนั้นทางกลุ่มชาวพุทธในอิตาลีจึงได้มีการตกลงกันว่าควรจะหาพระภิกษุชาวอิตาเลี่ยน
ท่านเอกอัครราชทูตประเทศศรีลังกาจึงขอรับหน้าที่นี้
กราบอาราธนานิมนต์พระภิกษุชาวอิตาเลี่ยนซึ่งเป็นลูกศิษย์พระอาจารย์สุเมโธ
สายหลวง พ่อชาให้มาทำหน้าที่ดังกล่าวนี้
เมื่อท่านได้ตอบตกลงและได้มาเผยแผ่พระพุทธศาสนาอย่างต่อเนื่อง
และได้ผลดียิ่งมาจนกระทั่งบัดนี้
กำเนิดวัดป่ากรรมฐานแห่งใหม่
เนื่องจากวัดดังกล่าว
เป็นเพียงบ้านหลังเล็กๆ กลางชุมชนซึ่งไม่เหมาะกับวิถีชีวิตของพระสายวัดป่าและเมื่อปี
พ.ศ ๒๕๔๐ท่านเอกอัครราชทูต
อนุรักษ์ และคุณ นัชรี
ธนานันท์ ได้เป็นผู้แจ้งข่าวการสร้างวัดใหม่
และรวบรวมปัจจัยจากผู้มีจิตศรัทธาเพื่อซื้อที่ดินพร้อมอาคารบริเวณนอกกรุง
โรมให้เป็นวัด
โดยขอให้ท่านอาจารย์ฉันทปาโลเจ้าอาวาส
และท่านอาจารย์ปรีชา เป็นผู้ดำเนินการหาที่ดินแปลงที่เหมาะสมเพื่อสร้างวัดใหม่
เมื่อดำเนินการมาถึงจุดหนึ่งดูเหมือนว่า
ความหวังที่จะสร้างวัดใหม่แทบจะริบหรี่ลง
ท่านอาจารย์ปรีชา เล่าว่าปัจจัยที่จะซื้อที่ดินมีพร้อมแต่การหาที่ดินนั้นช่างยากเย็นแสน
เข็ญ พวกท่านต้องใช้เวลากว่าสองปี
ออกหาดูสถานที่มากกว่าสองร้อยแปลง
แต่ก็ยังไม่สามารถหาที่ดินแปลงที่เหมาะสมได้ดูเหมือนจะมีเหตุขัดข้องต่าง
ๆนานา บางแปลงก็เกือบจะตกลงกันได้แต่ในที่สุดก็ไม่
ได้ เป็นเช่นนี้หลายครั้งหลายครา
จนท่านคิดว่าคงจะสร้างวัดป่าไม่สำเร็จเป็นแน่
และสมควรที่จะบอกคืนปัจจัยแก่ญาติโยมผู้มีจิตศรัทธาได้แล้ว
ทันทีที่ท่านได้พูดคุยปรึกษากันเช่นนั้น
ก็มีผู้ติดต่อให้ไปดูที่ดินแปลงหนึ่ง
ท่านอาจารย์ทั้งสองจึงตกลงกันว่าจะขอดูที่ดินแปลงนี้เป็นแปลงสุดท้าย
ถ้าไม่ได้ก็จะยกเลิกโครงการสร้างวัดป่าในอิตาลี
ต่างคนต่างแยกย้ายกันไป ท่านอาจารย์ปรีชาก็จะกลับประเทศไทย
แต่การกลับกลายเป็นว่า
เมื่อทุกคนได้มาเห็นสถานที่แห่งนี้
ทุกคนต่างก็เห็นถึงความเหมาะสม
และตอบตกลงซื้อขายทุกสิ่งทุกอย่างดูจะง่ายดายราบรื่นเป็นที่สุด
จนถึงวันเซ็นสัญญาโอนที่ดิน
ณ สำนักงานฯในกรุงโรม ช่วงระหว่างที่มีการลงนามโอนที่ดินนั้นยังไม่ทันจะวางปากกา
อาคารสำนักงานฯนั้นก็ได้สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง
จนโคมไฟระย้ากวัดแกว่งไปมา
ท่านอาจารย์คิดว่าตึกโบราณซึ่งอยู่ในสถานที่
ที่เรากำลังจะเซ็นสัญญาซื้อขายอยู่นั้น
อาจจะทรุดพังลงแล้วเป็นแน่
ธรรมชาติร่วมเป็นสักขีพยาน
ภายหลังจึงได้ทราบว่าเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่มีจุดศูนย์กลาง
อยู่ที่เมือง Assisi ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงโรม
ประมาณ ๒๐๐ กิโลเมตร ท่านว่านับเป็นเรื่องอัศจรรย์ที่เหตุการณ์เกิดขึ้นตรงกับวันเซ็นสัญญาโอน
ที่ดินเป็นของพุทธศาสนา ซึ่งเป็นวันนั้นเวลานั้น
เพราะปรากฏการณ์แผ่นดินไหวนั้น
คติโบราณกล่าวไว้ว่าจะเกิดขึ้นก็ด้วยเหตุ
๘ ประการคือ ธรรมชาติแปรปรวนโดยปรกติ
ผู้มีฤทธิ์บันดาลอานุภาพ พระโพธิสัตว์จุติลงสู่
ครรภ์พระมารดา พระโพธิสัตว์
ทรงประสูติ ตรัสรู้อนุตรสัมมาสัมโพธิญาณ
แสดงพระธรรมจักรให้เป็นไป
ทรงปลงอายุสังขาร แ ละเข้าสู่ดับขันธปรินิพพาน
แผ่นดินไหวครั้งนี้คงเป็นเหมือนเทพยดาอนุโมทนาพระแม่ธรณีรับรู้เป็นพยานว่า
บัดนี้พระพุทธศาสนาได้อุบัติบังเกิดขึ้นแล้ว
และได้หยั่งรากอย่างมั่นคงลงในดินแดนแห่งนี้แล้ว
อาณาเขต เก่าแก่แห่งนักบุญ
ที่นับว่าแปลกยิ่งกว่านั้น
คือ ที่ดินที่จะสร้างวัดดังกล่าวนี้
เมื่อก่อนนั้นเคยอยู่ในอาณาเขตที่ดินของนักบุญเซนต์ฟรานซิสโก้
ผู้มีชื่อเสียง จุดศูนย์กลางของแผ่นดินไหวเกิดที่เมือง
Assisi ซึ่ง เป็นเมืองที่เกี่ยวข้องใกล้ชิดกับนักบุญองค์นี้เป็นที่สุด
เพราะเป็นที่ตั้งของโบสถ์เซนต์ฟรานซิสโก้ที่ยิ่งใหญ่สวยงามอายุกว่าเจ็ดร้อย
ปี แผ่นดินไหวในวันนั้นเวลานั้น
ทำให้โดมของโบสถ์ส่วนหนึ่งถล่มลงมา
เป็นที่กล่าวขวัญจนมาถึงทุกวันนี้
แต่น้อยคนนักที่จะรู้ว่า
วันนั้น เวลานั้น ขณะนั้น
เป็นขณะเดียวกับที่วัดป่าสันตจิตตารามได้ถือกำเนิดอย่างมั่นคงในประเทศ
อิตาลีเช่นกัน
วัดป่าสันตจิตตารามเป็นสาขาต่างประเทศของวัดหนองป่าพง
ตั้งอยู่บนเนื้อที่กว่า ๗๐
ไร่ ห่างจากกรุงโรมเพียง ๕๓
กิโลเมตร เป็นที่ ๆ สัปปายะเหมาะแก่การบำเพ็ญเพียร
แม้จะมีพื้นที่ราบค่อนข้างจำกัดในการปลูกสิ่งก่อสร้าง
แต่ก็มีพื้นที่เป็นป่าและเนินเขาที่อุดมสมบูรญ์เต็มไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่
มีลำธาร และมีถ้ำเล็กๆ
หลายแห่ง ที่ตั้งอยู่ในระยะที่พอเหมาะพอสมระหว่างความสงบวิเวก
กับความสะดวกของศรัทธาญาติโยมที่จะไปจะมา
การเผยแผ่พระพุทธศาสนาดำเนินไปด้วยดียิ่ง
จำนวนญาติโยมก็เพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว
จนอาคารหลักซึ่งมีอยู่เพียงอาคารเดียว
คือบ้านซึ่งติดมากับที่ดินที่สามารถบรรจุผู้ปฏิบัติธรรมได้ไม่เกิน
๓๐ คน จึงไม่เพียงพอที่จะรองรับพุทธศาสนิกชนผู้มีศรัทธาที่มาร่วมงาน
ต้องเช่าเต็นท์ผ้าใบมาใช้แทนศาลาการเปรียญ
ซึ่งจะใช้ประกอบพิธีได้ในบางฤดูกาลเท่านั้น
นอกจากนี้จำนวนผู้มีศรัทธา
และมีความสนใจในพระพุทธศาสนาก็เพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ
มีผู้มาขอปฏิบัติธรรม และเทศกาลวันสำคัญในทางพระพุทธศาสนาต่างๆ
บางครั้งมาก กว่า 500 คน แม้แต่เต็นท์ที่มีก็ไม่เพียงพอสำหรับนั่งประกอบพิธีกรรมเสียแล้ว
จากความดำริแห่งอนาคต
ดังนั้น คณะสงฆ์พร้อมด้วยพุทธ
ศาสนิกชน ทายก ทายิกา วัดสันติจิตตาราม
จึงได้มีความดำริร่วมกันที่จะเริ่มโครงการก่อสร้างอุโบสถ
๒ ชั้น เพื่อที่จะรองรับศรัทธาญาติโยม
ซึ่งเป็นถาวรวัตถุ เพื่อให้การเผยแผ่พระพุทธศาสนาและรักษาวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามในประเทศ
อิตาลี เป็นไปด้วยความสะดวก
ราบรื่น เอื้อประโยชน์สุขแก่เพื่อนมนุษย์ทั้งหลาย
และอนุชนรุ่นหลังสืบไป
English
version
Italian
version
www.forestsangha.org
is a
portal page to the monasteries associated with Ven.
Ajahn Chah.
|
|
พระพุทธรูปที่วัดสันตจิตตาราม

หลวงพ่อชา สุภทฺโท
พระอาจารย์ สุเมโธ
อาคารอเนกประสงค์

ถ้ำภายในวัด
เจ้าอาวาส
พระอาจารย์ ฉนฺทปาโล
|